Frostpunk – ลำดับเหตุการณ์ (Timeline)

เรื่องราวบนโลกของ Forstpunk เป็นสิ่งที่ลึกลับและน่าสนใจมากที่สุดของเหล่าเกมเมอร์ ในตอนแรกไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขั้น แต่วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลจากทุกช่วงเวลา ตั้งแต่จุดเริ่มตน จนถึงจุดจบของเกมนี้มาให้ทุกคนได้ศึกษาประวัติกัน

frostpunk-timeline

ปี 1822 (63 ปีก่อนโลกเยือกแข็ง)

ในปี 1822 นักคณิตศาสตร์ชื่อ Charles Babbage สามารถสร้างเครื่องคำนวณที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำ สามารถคำนวณชุดตารางตัวเลขได้อย่างรวดเร็ว โปรเจคได้รับเงินสนับสนุนโดยรัฐบาลอังกฤษ (ในโลกจริงของเรามันไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้น) Babbage ประสบความสำเร็จด้วยการสร้างเครื่อง Differrence Engine ทำให้รัฐบาลให้เงินทุนเธอไม่จำกัดร่วมกับเพื่อนร่วมงานของเธอ Ada Lovelace ในที่สุดพวกเขาประสบความสำเร็จในสร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกขึ้น

คอมพิวเตอร์ของเธอได้รับการต่อยอดและพัฒนาอย่างรวดเร็ว พวกมันมีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จนกระทั่ง Computational Engine ชนิดใหม่ถูกประดิษฐ์ขึ้น พวกมันสามารถทำตามคำสั่งได้อย่างแม่นยำ สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้เร็วกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่า

ปี 1822 – 1886 วิทยาการ Steam Core

Steam Core เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถูกสร้างขึ้นโดยบุคคลนรินาม เท่าที่รู้คือ Steam Core ได้กลายเป็นตัวขับเคลื่อนเศษฐกิจของจักรวรรดิอังกฤษ ไม่นานเทคโนโลยีเหล่านี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา แต่หลังจากที่โลกเกิดเยือกแข็งทำให้วิทยาการเหล่านี้สูญหายไปกับอดีต Steam Core จึงสามารถสร้างใหม่ได้อีก นอกจากเก็บกู้ตามสถานที่ต่าง ๆ

ปี 1822 – 1886 ถือกำเนิดจักรกล Automatons

สืบเนื่องจากการคิดค้น Steam Core ทำให้เราได้แหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพ Babbage จึงนำมาใช้ในโปรเจคหุ่นยนต์ยักษ์พลังงานไอน้ำที่เรารู้จักภายหลังในชื่อ Automatons พวกมันเป็นหุ่นยนต์ที่ประกอบไปด้วยกลไกซับซ้อน ติดตั้งด้วยเครื่องมือคำนวณขั้นสูง โดยมีแกนพลังงานเป็น Steam Core

พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าคนหรือแม้แต่บ้าน รัฐบาลอังกฤษได้นำไปใช้ในการอุตสหกรรม ทำให้ระบบเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศอื่น ๆ อิจฉาจนพยายามจะสร้าง Automatons ขึ้นเป็นของตนเอง ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ สามารถซื้อพวกมันได้จากรัฐบาลอังกฤษ

ปี 1886 เกิดเหตุการณ์ The Great Frost

frostpunk frozen

ในช่วงฤดูร้อนปี 1886 โลกเราเผชิญหน้ากับภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงแบบเฉียบพลัน มีพายุหิมะก่อตัวในช่วงหน้าร้อน มันเกิดขึ้นหนักมากในเขตตอนเหนือของประเทศ มีพายุฝนตกตลอดทั้งปีที่ทะเลทรายซาฮารา อุณภูมิของโลกเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ประเทศอังกฤษได้พยายามส่งนักวิจัยไปสืบหาสาเหตุ สถานีวิจัยของพวกเขาประกอบไปด้วยหอคอยไอร้อน Heat Generator Tower เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกทีมวิจัยหนาวตายกันเสียก่อน

ปี 1887 (1 ปีต่อมา) การล่มสลายของเมือง Winterhome

Winterhome เป็นการตั้งถิ่นฐานของผู้รอดชีวิตตั้งแต่จักรวรรดิอังกฤษมาตั้งฐานวิจัยที่นี่ ไม่เหมือนกับ New London ที่สร้างขึ้นมาใหม่ภายหลัง หลังจากการล่มสลายของกรุงลอนดอน วินเทอร์โฮมกลายเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีวิทยาการไฮเทคหลงเหลืออยู่ รวมถึงกำลังพลและทรัพยากรที่มากพอจะใช้ชีวิตรอดต่อไปในอนาคต ทำให้พวกเขาสามารถสร้าง Automatons เพื่อนำมาใช้งานได้สบาย ๆ

หลังการที่ข่าวกรุงลอนดอนล่มสลายมาถึงผู้คนในเมือง มันได้พามาพร้อมกับผู้อพยพมาจากลอนดอนที่เดินทางลี้ภัยมายังเมืองวินเทอร์โฮม ทำให้เกิดปัญหาระหว่างประชาชนกับผู้ลี้ภัยจากลอนดอน เกิดการจารจลไปทั่ว อาหารเริ่มขาดแคลน ทำให้ต้องใช้กำลังในการควบคุมก่อนที่เครื่องกำเนิดจะระเบิดจากการขาดการดูแล

พลเมืองส่วนใหญ่ของเมืองเสียชีวิตจากการระเบิด บางคนออกจากเมืองก่อนที่ล่มสลายและตั้งแคมป์ตามที่ต่าง ๆ ทุกคนที่ยังคงอยู่ใน วินเทอร์โฮมยอมจำนนต่อความหิวโหยของตัวเอง ด้วยการเริ่มกินเนื้อคน ผู้รอดชีวิตบางส่วนที่รอดชีวิตจากการถูกทำลายของวินเทอร์โฮมถูกพบ และอาจได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยราดตระเวนจากนิวลอนดอนที่อยู่ใกล้เคียง

ปี 1887 กำเนิดและจุดจบของเมือง Tesla City

frostpunk tesla city

เทสลาซิตี้ (Tesla City) เป็นชุมชนที่ก่อตั้งโดยผู้รอดชีวิตที่หลงเหลืออันน้อยนิดของชาวอเมริกันภายใต้การนำของ Nikola Tesla ผู้คนเหล่านี้ถูกส่งขึ้นไปทางเหนือเพื่อศึกษาปรากฎการทางธรรมชาติที่ผิดแปลกไป หรือที่่เรารู้จักกันใน Great Forst เนื่องจากคนที่ร่วมเดินทางมาส่วนใหญ่เป็นนักวิทยาศาตร์ และวิศวะกรทำให้เมืองเทสลาซิตี้ไม่ต่างอะไรกับศูนย์รวมมันสมองที่เหลืออยู่ของโลกมนุษย์ นิโคไร เทสล่า บิดาผู้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นมาพร้อมกับบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ของตน Tesla Manufacturing โรงงานวิศวกรรมและการผลิตที่ทันสมัยที่สุดในโลก

นิโคลา กลายเป็นผู้ผูกขาดทุกอย่างของเมือง พื้นที่ทุกตารางนิ้ว และทุกอาคารเป็นสมบัติของบริษัทเขาเพียงแต่ผู้เดียว โรงงานของพวกเขมีความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งรวมถึง Prosthetic และ Steam Cores วิทยาการของเมืองนี้เป็นความหวังที่เผ่าพันธุ์มนุษย์เราจะอยู่รอดสืบต่อไป จนกระทั่งเมืองเติบโตอย่างรวดเร็วจนเกินควบคุม ทรัพยากรและแรงงานไม่เพียงพอต่อการบริหารเมือง บีบให้ต้องใช้นโยบายที่เข้มงวด ใครที่ทำงานไม่ได้จะถูกเนรเทศ ประชาชนเริ่มคิดว่าตัวเองเป็นเพียงฟันเฟืองที่ไร้วิญญาณ ที่อาจถูกเปลี่ยนทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้

เวลาผ่านไปนานนับปี นิโคลา เทสลา สร้างโปรเจคยักษ์ขึ้นมาเพื่อหวังจะป้องกันพายะหิมะด้วยพลังงานไฟฟ้า แน่นอนว่าความฉลาดของเขาทำให้มันเปิดทำงานขึ้นได้และหยุดยั้งพายุได้อย่างที่เขาคาดหวัง โดมพลังงานไฟฟ้าจะปกป้องไม่ให้เมืองถูกน้ำแข็งเกาะอีกต่อไป หลังจากที่พวกเขาดีใจกันได้อยู่ไม่นาน โดมเกิดขัดข้องจนเสียหายอย่างหนัก และทำให้เกิดกระแสไฟรั่วไหลไปทั่วทั้งเมือง เมื่อนักสำรวจจาก นิว ลอนดอน ได้เดินทางมาถึง สิ่งที่พวกเขาพบคือเมืองสภาพที่สมบูรณ์ แต่เต็มไปด้วยเถ้ากระดูกของคนทั้งเมือง แม้จะเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ แต่เทสลาซิตี้เป็นขุมสมบัติอันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เมืองนี้ดูเหมือนจะเป็นสถานที่แห่งเดียวในภูมิภาคที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และความสามารถเพียงพอในการผลิต Steam Cores ที่จะเป็นประโยชน์แก่อาณานิคมมนุษย์ที่เหลืออยู่

ปี 1887 กำเนิด New London

frostpunk-newlondon-cover

นิว ลอนดอน เป็นอาณานิคมของผู้รอดชีวิตที่เหลือจากการล่มสลายในกรุงลอนดอน และอาจจะกลายเป็นสถานหลับภัยสุดท้ายของมวลมนุษย์ที่ต้องทนต่อสภาพแวดล้อมหนาวเย็นสุดขั้ว สถานที่ใกล้เคียงที่เรารู้จักได้แค่เมือง วินเทอร์โฮม และ เทสลาซิตี้ ชาวเมืองนิว ลอนดอนเลือกสร้างอาณานิคมที่มีความได้เปรียบของภูมิประเทศ พวกเขาสร้างบ้านเมืองในใจกลางหุบเขาที่เหมือนกับหลุมขนาดใหญ่ พวกเขาเรียกมันว่า เดอะพิท (The Pit) มีการสร้าง Outpost Depot ที่เปรียบเสมือนลิฟท์ใช้ขนสิง่ของและคนขึ้นไปยังเหนือปล่องภูเขา

รอบ ๆ อาณานิคมเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ส่วนใหญ่ถูกแช่แข็ง พวกเขาพัฒนาเครื่องจักรในการสกัดต้นไม้จากกำแพงน้ำแข็งเพื่อนำมาใช้งาน หลายวันผ่านไปการเดินทางของ Land Dreadnought มาถึงจุดสิ้นสุด ถ่านหินที่ถูกนำมาใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงได้หมดไป ผู้คนบนยานพาหนะมีตัวเลือกไม่มากนัก พวกเขาเลือกที่จะเดินเท่าตามล่องรอยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไป หลายคนเสียชีวิตเนื่องจากอ่อนเพลียหิวโหย และหนาวเย็นจัด บ้างก็หลงออกจากลุ่ม หรือสูญหายระหว่างพายุ จากกลุ่มผู้รอดชีวิตหลายร้อยคน ตอนนี้เหลือแค่ 80 คน ภายใต้การนำของกัปตัน พวกเขาได้มาพบกับเครื่องกำเนิดที่ถูกทอดทิ้ง และคาดหวังว่าจะนำมันให้กลับมาใช้ได้อีกครั้ง

หลังจากที่พวกเขาเก็บกู้ทรัพยากรจากซากปรักหักพัง และเศษซากที่เกลื่อนไปทั่วปล่องภูเขาไฟได้มากพอ พวกเขาเริ่มตั้งค่ายรอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเริ่มเปิดใช้งานมันอีกครั้ง ทันใดความหวังของทุกคนก็กลับมาเต็มเปี่ยม นับวันอาณานิคมเริ่มเติบโต จากกลุ่มผู้ลี้ภัยกลายเป็นอาณานิคม มีโรงพยาบาล โรงอาหาร กระท่อมนักล่า รวมถึงโรงงาน อย่างไรก็ตามหลายคนยังคงกังวลเกี่ยวกับคนที่หายไป และอาจกำลังเฝ้ารอการช่วยเหลืออยู่ ผู้คนต้องการออกไปข้างนอกและค้นหาพวกเขา แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรงและการขาดสถานที่สำคัญที่สามารถระบุตัวได้ มันเกือบจะเป็นไปไม่ได้ทีจะออกเดินทางและกลับมาได้อย่างปลอดภัย

ดังนั้นเหล่าวิศวกรที่เหลืออยู่ได้พยายามหาวิธีการที่เหมาะสม ด้วยการสร้างอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เป็นบอลลูนที่ผูกติดกับสัญญาณไฟมันจะถูกส่งขึั้นไปลอยสูงบนอากาศ ซึ่งเป็นทั้งหอสังเกตการณ์ และประภาคารในตัว ด้วยการใช้สัญญาณจากบีคอน พวกเขาออกสามารถสำรวจและค้นหาสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง ในขณะเดียวกันพวกเขาจะรู้ว่าบ้านอยู่ในทิศทางไหน อีกทั้งยังเป็นตัวดึงดูดความสนใจของผู้รอดชีวิตให้เดินทางมาหาพวกเขา