Frostpunk – Book of Laws แนะนำกฎหมายทั้งหมดในเกม

frostpunk-adaptation-law-2

Frostpunk – สารบัญ

1.กฎหมายเบื้องต้นใน Frostpunk – Adaptation <—————————
2.กฎหมายหลัก Faith และ Order  (100%)
3.ทรัพยากรในเกม และเทคนิคในการสร้างโรงงาน (100%)
4.เจาะลึกรายละเอียดสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในเกม
5.เทคโนโลยีภายในเกมทั้งหมด
6.การพัฒนาและเทคนิคในการควบคุมเตาพลังงาน (Generator) 100%
7.วิธีการบรรลุเป้าหมาย 100%
8.เทคนิคการเล่นภารกิจ The Ark
9.เทคนิคการเล่นภารกิจ The Refugess
10.เทคนิคการเล่นภารกิจ The Fall

Frostpunk – Book of Laws

บทความนี้จะมาแนะนำระบบกฎหมายและการปกครองในเกม Frostpunk กัน โดยเกมจะเรียกระบบนี้ว่า Book of Laws ในช่วงต้นของเกมเราสามารถใช้ได้แค่ในหมวด Adaptation Law (กฎเพื่อความอยู่รอด) เท่านั้น แต่ละอย่างที่เราเลือกจะส่งผลต่อ Discontent (ความไม่พึงพอใจ) และ Hope (ความหวัง)  ภายในเกม
นอกจากนี้ในเกม Frostpunk ยังมีกฎหมายบางข้อที่จะปลดล็อคสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ ให้เราสร้าง (หรือความสามารถต่าง ๆ เช่น ใส่ขี้เลื่อยผสมในอาหารได้) พอถึงช่วงที่สองของเกมที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น จะทำให้ปลดล็อคกฎหมายใหม่ 2 หมวด คือ Faith (ศรัทธา) และ Order (ระเบียบ) ทั้งสองหมวดมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยถ้าเราเลือกหมวดใดแล้วจะไม่สามารถกลับไปอัพเกรดอีกหมวดได้
การเลือเส้นทางที่สำคัญใน frostpunk ระหว่าง ศรัทธา และ ความระเบียบวินัย

ส่วนใหญ่แล้วข้อกฎหมายของทั้ง Faith และ Order จะมีความคล้ายกันกับ Adaptation Laws แต่จะมีค่าโบนัสที่เพิ่มมากกว่า โดยเฉพาะเพิ่มค่าความหวังในเมือง แต่ทั้งสองกฎก็ยังมีความคล้ายคลึงกันอย่างเช่นใน Guards (ทหาร) กับ Faith Keepers (ผู้รักษาความศรัทธา : ขอแปลตรงตัวเลยแล้วกัน)  จะมีเอฟเฟคทำงานแบบเดียวกัน พอเราเลือกอัพเกรดในสายใดสายหนึ่งจนสุดทางแล้ว จะปลดล็อคกฎหมายขั้นสุดท้ายที่เรียกว่า New Faith และ New Order ทั้งสองมีเอฟเฟคที่อลังการมาก เพราะทั้งสองล็อคค่าความศรัทธา และ ระเบียบในเมืองให้ 100% ตลอดเวลา

แผนผังการอัพเกรดกฎหมายเบื้องต้นในเกม Frostpunk

กฎหมายหมวด Adaptation Law (การปรับตัวเพื่อยู่รอด)


1.Emergency Shift (ทำงานกะฉุกเฉิน)

ผู้เล่นจะสั่งใหคนงานทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 24 ชั่วโมงได้จากเดิมคือทำแค่ 10 ชั่วโมงตั้งแต่ 08:00 ถึง 18:00 จะต้องเลือกกดเปิดใช้งานในหน้าต่างไซต์งาน คำแนะนำ: การทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เกิดเป็นผลดีแน่หากใช้บ่อย ๆ แนะนำให้ใช้ในช่วงแรกตอนต้นเกมเพื่อกระตุ้นให้เก็บสะสมทรัพยากรได้เร็วขึ้น เพราะในช่วงต้นเกมจะมีอากาศที่ไม่หนาวมาก แต่ภายในช่วงหลัง ๆ ที่อุณภูมิ 40 ขึ้นไปหากเรายังใช้งานอยู่จะทำคนงานตายเป็นว่าเล่น


1.2.Extended Shifts (เพิ่มเวลาทำงาน) 

ผู้เล่นเพิ่มเวลาทำงานในไซต์งานได้สูงสุดเป็น 14 ชั่วโมงเป็น 06:00 ถึง 20:00 จากเวลาทำงานเดิม 10 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 08:00 จนถึงเวลา 18:00 โดยจะต้องเลือกสวิซสลับกันในแต่ละพื้นที่ไซต์งาน จะอยู่ด้านขอบซ้านบนของหน้าต่างไซต์งาน การทำงานหนักทำให้เกิดความไม่พอใจ และเสี่ยงต่อการป่วยสูง คำแนะนำ: การเพิ่มเวลาทำงานในช่วงที่เมืองหนาวตั้งแต่ 40 องศาขึ้นจะไปทำให้คนงานเสี่ยงต่อการป่วยเพิ่มมากขึ้น

2.Fighting Arena (สนามต่อสู้)
ปลดล็อคสิ่งปลูกสร้าง “Fighting Arena” ในการต่อสู้แต่ละรอบจะช่วยลดความไม่พอใจในเมือง เมื่อบัญญัติ: ครั้งแรกจะช่วยเพิ่มความหวังเล็กน้อย รวมถึงเควส์ให้สร้างสนามต่อสู้ 1 แห่ง

2.1.Dueling Law (สู้จนตัวตาย)
หากประชาชนไม่ชอบขี้หน้าใครแล้วล่ะก็ สามารถมาประลองในสนามต่อสู้แบบถึงตายกันไปข้างได้ที่นี่ ในแต่ละรอบจะค่อย ๆ ลดความไม่พอใจ

2.2.Public House (บาร์)
ในโลกที่สุดสิ้นหวังแห่งนี้ผู้คนยังจำเป็นต้องการเครื่องดื่มย้อมใจในแต่ละวันงานที่แสนเหนื่อย ปลดล็อคสิ่งปลูกสร้าง “Public House” ในแต่ละคืนจะช่วยลดความไม่พอใจ เมื่อบัญญัติ: เพิ่มความหวังเล็กน้อย และต้องสร้างบาร์ 1 แห่งเป็นอย่างน้อย

2.3.House of Pleasure (บ้านแห่งความสุข)
กฎหมายฉบับนี้จะอนุญาติให้บาร์สามารถเปิดซ่องได้ (หญิงขายบริการ) ช่วยลดความไม่พอใจจำน่วนหนึ่ง หลังจากบัญญัติแล้วจะต้องรออีก 1 วัน 12 ชั่วโมงถึงจะบัญญัติข้อใหม่ได้ ระหว่างนั้นจะค่อย ๆ ลดความหวัง และความไม่พอใจ

2.4.Moonshine (เหล้ากลั่น)
ผสมเหล้า กลั่นเหล้าเอง หรือเหล้าเถื่อนดี ๆ นี่หละจะช่วยปลอบประโลมจิตใจนักสู้ของเราในแต่ละวัน ในทุก ๆ มื้อจะช่วยลดความไม่พอใจในเมือง รวมถึงการกินซุปจะทำให้ความไม่พอใจลดน้อยลง (ปกติจะลดเยอะ)

2.5.Child labour (งานเล็ก ๆ สำหรับเด็ก)
เราไม่เคยจะมีคนงานที่พอสำหรับทุกงานที่เรามี พวกเราสามารถให้เด็กช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ในสถานที่ ๆ ปลอดภัยอย่าง Cookhouses (ห้องปรุงอาหาร) หรือ Hothouses (โรงเพาะพืชพันธ์) เมื่อบัญญัติ: จะค่อย ๆ ลดความหวังลงเล็กน้อย

2.5.1.Child Shelter (บังเกอร์หลบภัยสำหรับเด็ก)
ลูกหลานของคนงานจะปลอดภัยหากพวกเขาไปอยู่ในยังเกอร์ในช่วงกลางวัน จะช่วยไม่ให้ก่อความวุ่นวาย ทำให้ผู้ใหญ่ทำงานได้อย่างเต็มที่ เมื่อบัญญัติ: จะต้องสร้าง Child Shelter อย่างน้อย 1 แห่ง ความหวังจะเพิ่มขึ้น

2.6.Child Labor All jobs (แรงงานเด็ก)
ใช้แรงงานเด็กอย่างเต็มที่ สามารถทำงานแทนใหญ่ได้ในทุกไซต์งาน และเด็กมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าผู้ใหญ่ เมื่อบัญญัติ: จะทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้น

2.7.Medic helpers (ผู้ช่วยแพทย์)
การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญต่ออนาคต โดยเริ่มจากสอนเด็กให้รู้จักกระบวนการรักษาเบื้องต้น โดยใช้เด็กจากบังเกอร์ในสถานรักษาต่าง ๆ ในเมือง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวอาคาร

2.7.1.Engineer helpers (ผู้ช่วยวิศวะกร)
เด็ก ๆ สามารถมาช่วยงานได้ใน workshop (ห้องวิจัย) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในอาคารเป็น 120%

2.8.Radical treatment (รักษาทุกวิถีทาง)
สั่งให้สถานพยาบาลทุกแห่งทำการรักษาคนที่ป่วยหนัก (Gravely ill) ซึ่งอาจจำเป็นต้องทำให้พิการ ช่วยเพิ่มความหวัง และลดความไม่พอใจ เหมาะกับการใช้งานร่วมกับกฎหมาย “Prosthetic” ที่ช่วยทำการผ่าตัดแขนเทียมให้คนงานที่โดนตัดแขนขาหรือขาจากน้ำแข็งกัด ให้กลับมาทำงานได้ การเลือกบัญญัติกฎหมายข้อนี้จะทำให้ไม่สามารถอัพเกรดในส่วน “Sustain Life” ได้ เมื่อบัญญัติ: จะเพิ่มความหวังเล็กน้อย

2.8.1.Sustain life (พยุงชีวิต)
คนงานที่ป่วยหนักจะถูกยื้อชีวิตเอาไว้ให้นานที่สุด นั่นหมายความว่าเขาจะเข้าไปพักที่สถานพยาบาล แต่จะไม่ได้รับการรักษาทำให้เตียงผู้ป่วยเต็ม แล้วเมืองเราก็อาจจะไม่มีที่พอสำหรับคนป่วยอื่น ซึ่งมันจะไม่มีประโยชน์สำหรับเราถ้าเกิดไม่ได้อัพเกรด “Care House” ทีี่จะช่วยส่งผู้ป่วยพวกนี้ไปสถานพักอีกแห่งแทนได้ หากอัพเกรดจะทำให้ทับกับ “Radical treatment” เมื่อบัญญัติ: จะเพิ่มความหวังจำนวนหนึ่ง

2.9.Care House (บ้านพักฟื้น)
ผู้ป่วยหนักและพิการจะถูกส่งไปสถานพยาบาลแห่งใหม่ หรือ
“Care House” ซึ่งจะถูกปลดล็อคหลังจากบัญญัติ  ช่วยลดพาระให้กับสถานพยาบาลอื่น ๆ ผู้ป่วยที่อยู่ในอาคารจะต้องกินอาหารปริมาณ 50% ตามนโยบายทางการแพทย์ เป็นตัวเลือกที่ดีในการช่วยเพิ่มความหวังภายในเกม เมื่อบัญญัติ: จะต้องสร้างอาคาร Care House อย่างน้อย 1 แห่ง และเพิ่มความไม่พอใจเล็กน้อย

3.0.Prothetic (ผ่าตัดอวัยวะเทียม)
ปลดล็อคแม่พิมพ์อวัยวะเทียม สามารถผลิตได้ที่โรงงาน (Factory) คนงานที่เสียอวัยวะจากน้ำแข็งกัดจะได้แขนอันกลมาแทนที่เพื่อให้กลับไปทำงานได้อีกครั้ง

3.1.Double rations for ill (อาหารสำหรับผู้ป่วย)
ช่วยเพิ่มความเร็วในการรักษาผู้ป่วยในแต่ละสถานพยาบาล เป็นตัวเลือกที่ดีหากเมืองมีอาหารที่สมดุล เปิดในงานได้ในสถานพยายาลจะทำให้ใช้อาหาร 2 หน่วย ในการช่วยรักษาผู้ป่วย เมื่ออัพเกรดแล้วจะทับกับ “Overcrowding”

3.2.Overcrowding (เพิ่มเตียงผู้ป่วย)
เพิ่มเตียงในสถานพยาบาลเป็นสองเท่า อย่าง “Medical Post” จากเดิมมีแค่ 5 เตียงจะเพิ่มเป็น 10 เตียง โดยมีผลเสียคือเพิ่มค่าความไม่พอใจ เป็นตัวเลือกที่ไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่ นอกจากเราจะเอาผู้ป่วยไปดองเพิ่ม โดยไม่ได้ทำให้รักษาเร็วขึ้นแต่อย่างใด แต่ในภารกิจที่ต้องรับผู้ลี้ภัยที่เป็นผู้ป่วยจำนวนมาก สามารถนำมาใช้ร่วมกับ “Triage” จะได้ผลดีที่สุดหากอัพเกรดจะไปทับกับ “Double Ration for ill”

3.4.Triage (คัดกรองผู้ป่วย)
ระบบคัดกรองผู้ป่วนจะต้องอัพเกรดในส่วนของ Double ration for ill/Overcrowding และจะต้องอัพเกรด Radical Treatment จึงจะปลดล็อคได้ การคัดกรองจะป่วยจะช่วยรักษา 60% ของผู้ป่วยทั้งหมดในทันที และอีก 25% จะเสียชีวิต ส่วนที่เหลืออีก 15% จะยังคงไม่ได้รับการรักษา การใช้แต่ละครั้งจะส่งผลกับความหวังและความไม่พอใจ ควรเลือกใช้ในภาวะที่ผู้ป่วยล้นเมือง และคิดว่าไม่ทันจริง ๆ เมื่อบัญญัติ: จะช่วยเพิ่มความหวังจำนวนมาก

3.5.Soup (เมนูซุป)
ปลดล็อคเมนูอาหารใหม่ช่วยเพิ่มการผลิตอาหาร ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความไม่พอใจ เป็นประโยชน์อย่างมากในช่วงต้นเกม ในขณะที่อาหารหาไม่ค่อยจะทัน  สามารถเปลี่ยนอาหารสด 5 หน่วย เป็นอาหารปันส่วน 13 หน่วย โดยกระบวนการจะใช้เวลา 45 นาทีภายในเกมโดยใช้คนงานทั้ง 5 คนในห้องปรุงอาหาร เมื่อบัญญัติ: ความหวังจะค่อย ๆ ลดลง และเกิดความไม่พอใจ

3.6.1.Food additives (เพิ่มวัตถุเจือปนในอาหาร)
ปลดล็อคเมนูอาหารใหม่ช่วยเพิ่มการผลิตอาหาร เพิ่มขี้เลื่อยในอาหารทำให้อาหารปริมาณมากขึ้น คนงานที่กินอาจป่วยได้ เหมาะกับช่วงต้นเกมที่อาหารมีจำกัด เมื่อบัญญัติ: ความหวังละลดลง ความไม่พอใจจะเพิ่ม

3.7.Alternative food source (เนื้อมนุษย์) (โดนตัดออกจากเกมไปแล้ว จะไม่มีให้เลือกอัพในเกม)
ในช่วงเวลาสิ้นหวัง เราจะต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด เราจะไม่ปล่อยให้ร่างกายของคนตายสูญเสียไปอย่างเปล่าไระโยชน์ (เอาแล้วมันกินคนแล้ว 555+) กฎหมายนี้จะทำให้ใส่ศพของมนุษย์มาทำอาหารได้ การใช้แต่ละครั้งจะทำให้เพิ่มความไม่พอใจอย่างมาก ความหวังลดลงจำนวนมาก ถ้าหากประชาชนรู้ในสิ่งที่คุณทำลงไป

3.8.Cemetery (สุสาน)
สามารถสร้างสุสานสำหรับฝังศพได้ ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคจากศพที่ไม่ได้จัดการ ในขณะเดียวกันก็มีผลเสียในสายการผลิตของเมืองที่คนงานส่วนใหญ่มักจะไปร่วมงานศพแทนที่จะออกไปทำงาน ปลดล็อคจะทับกับ “Corpse Disposal” คำแนะนำ : หากผู้เล่นยังไม่ได้ตัดสินใจในวิถีจัดการศพ ช่วงหลัง ๆ ของเกมจะทำให้ประชาชนป่วยจากศพที่ไม่ได้จัดการ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เพราะประชาชนป่วยจนทำงานไม่ได้ จะทำให้ต้องใช้วิศวะกรออกไปทำงานแทนจำนวนคนป่วยที่มากขึ้น โดยผลจากการติดเชื้อจากศพจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ ดังนั้นรีบอัพเกรด Cemetery หรือ Snow Pit จะช่วยให้เลี่ยงปัญหาได้ หลังจากอัพเกรดแล้วจะอัพในส่วนของ Ceremonial Burial ที่จะทำให้คนงานตายแล้วความหวังลดน้อยลง

3.9.Corpse disposal (กำจัดศพ)
ปลดล็อคสิ่งปลูกสร้าง “Snow Pit” สำหรับกำจัดศพคนตาย ใช้เวลา 2 – 3 วัน ทำให้ลดโอกาสในการติดเชื้อจากศพ สามารถเก็บไว้ใช้ในอนาคต ความหวังจะลดลง ความไม่พอใจจะเพิ่ม

4.0.Ceremonial Funerals (พีธีงานศพ)
อนุญาติให้ประชาชนจัดงานศพได้ เพื่อให้เป็นกำลังใจกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อมีคนตายภายในเมือง ประชนชนจะสูญเสียความหวังลดลงเพียงครึ่งเดียว จากปกติ

4.1.Organ transplantation (การปลูกถ่ายอวัยวะ)
อย่าให้ความตายมาละประสิทธิภาพในสายการผลิต เราสามารถใช้ร่างกายจากผู้ที่ล่วงลับไปแล้วรักษาคนที่ยังมีโอกาสรอดชีวิตได้ เพื่อให้เขากลับมาทำงานได้อีกครั้ง

4.2.Organic fertilizer (ปุ๋ยอินทรีย์)
สามารถใช้ศพคนงานมาทำเป็นปุ๋ยเร่งตัวในสวนพืชได้ ความหวังจะลดลง

ตามไปอ่านต่อได้ที่ แนะนำ Faith และ Order แตกต่างกันอย่างไร

หรือติดตามข้อมูลข่าวเกม รีวิวเกมใหม่ ๆ ได้ผ่านช่องทาง Facebook fanpage : lnwgamer